สอบถามข้อมูล/สั่งซื้อได้ที่

 

064-242-3555

นวัตกรรมเอนไซม์ชีวภาพ สูตรเฉพาะของ โมคุ ประกอบด้วย

1. Metabolic Enzymes สกัดจากจุลินทรีย์ 5 สายพันธุ์

ผลิตเอนไซม์ Amylase, Lipase, Protease, Cellulase, Dehydrogenase Lactase, Catalase, Peroxidase, Diesterase

  • กระตุ้นการทำงานของรังไข่ให้กลับมาทำงานได้ดีขึ้น
  • เพิ่มความหนาของเยื้อบุผนังมดลูกให้หนาขึ้น
  • บำรุงคุณภาพไข่ให้เจริญเติบโต

2. สารสกัดจากสมุนไพรไทย

  • ปรับความสมดุลของฮอร์โมนให้กลับมาทำงานได้อย่างปกติ
  • ปกป้องเซลล์ไข่จากสารอนุมูลอิสระ

  • สาร Bee enzymes (18 ชนิด), Amino acid (18 ชนิด), Vitamins (16 ชนิด), Minerals (28 ชนิด) – สกัดจากเกสรผึ้ง (Bee pollens)
  • สาร Cordycepic acid, Polysaccharides, Superoxide dismutase: S.O.D. – สกัดจากตังถั่งเช่า
  • สาร Flavonoid (5,7,4’-trimethoxyflavone, 5,7,3′ ,4′ –tetramethoxyflavone, 3,5,7,4′-tetramethoxyflavone /5,7,4’-trimethoxyflavone) – สกัดจากกระชายดำ
  • สาร Triterpenes (ganoderic acid R&S, ganoderic K, ganoderic acid C, F, H, ganoderic acid A, B, ganoderic A, ganoderic A, B, oleic acid), Polysaccharides (polysaccharide A, B, C, D, E, G, H polysaccharide BN-3-A, B, C) – สกัดจากเห็ดหลินจือ
  • สาร Glycosides, brahmoside and brahminoside – สกัดจากใบบัวบก
  • Polyphenol, Vitamin C, Ellagic acid – สกัดจากมะขามป้อม
  • N-Butylidene Phthalide, N-Valerophenone-O-Carboxylic acid, Carvacrol, Ligustilide, Vitamin A, Vitamin B12, Vitamin E, alkylphthalides, polysaccharides – สกัดจากตังกุย

ปริมาณสารสำคัญส่วนประกอบในโมคุ 1 แคปซูล

วิธีกินโมคุ

  • กินวันละ 1 แคปซูล 2 เวลา ตอนท้องว่าง ก่อนอาหารเช้า และเย็น
  • สำหรับคนไข้ที่ตื่นสาย ช่วงเวลา อาหารเช้า และกลางวัน ใกล้กันเกินไป ให้ขยับเวลาไปกินตอนบ่ายต้น ๆ ได้ แต่ต้องกินตอนท้องว่าง บริหารเวลากินโมคุ ให้ครบ 2 เวลา
  • สำหรับคนไข้ที่กินยาตามแพทย์สั่งอยู่ให้กินโมคุ ก่อนกินยา 30 นาที
  • ต้องดื่มน้ำตาม 1 แก้วใหญ่ 250 CC และดื่มน้ำตลอดวัน และเฉลี่ยทั้งวัน ต้องกินน้ำให้ได้ 2 ลิตรต่อวัน

OUR PRODUCT

 
 

Moku

ขนาดบรรจุ 60 แคปซูล

3,000฿

เอนไซม์และจุลินทรีย์ ในผลิตภัณฑ์ Healthy MD ได้รับการรับรองโดยสถาบันและองค์กร ทั้งในและต่างประเทศ

  1. GLOBAL HEALTH SECURITY WORLD HEALTH ORGANIZATION GENEVA 2003 รายงานถึงกลุ่มเชื้อจุลินทรีย์มีความปลอดภัยสูงไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ พืชและสัตว์ (BIO SAFETY LEVEL 1)
  2. สถาบันวิจัยอาหารจากประเทศญี่ปุ่น สถาบันฯ รับรองว่าไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์และสัตว์ แม้ใช้ในปริมาณ 21,000 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัว
  3. สถาบันกลางรับตรวจสอบคุณภาพ ยุโรป (NEOTRON, ITALY) รายงานผลการวิเคราะห์ถึงการปนเปื้อนของสารโลหะหนัก – แคดเมี่ยม, ตะกั่ว, สารกัมมันตรังสี, สารก่อมะเร็ง- อะฟลาท็อกซิน บี1, บี2, จี1, จี2 สารยาฆ่าแมลง กลุ่มออกาโนฟอสเฟส 49 ชนิด, สารไพรีทอยส์ 17 ชนิดและ สารอะคาริไซด์ 13 ชนิด พบว่า มีต่ำกว่าปริมาณมาตรฐานกำหนดทั้งสิ้น (<LQ:= lower than Quantitative Limit)
  4. สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (สถาบัน วว.) สถาบันฯ ได้ทดสอบความเป็นพิษเฉียบพลันทางปาก ที่ระดับ 2,000 มิลลิกรัม/กิโลกรัมน้ำหนักตัว พบว่าหนูทุกตัวแสดงอาการปกติตรวจไม่พบความผิดปกติของอวัยวะภายใน จากการชันสูตรซากหนูทุกตัว เมื่อสิ้นสุดการทดสอบ
  5. สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข สถาบันฯ ได้ผลวิเคราะห์พบว่า ไม่มีแบคทีเรียและราที่ก่อให้เกิดโรคใดๆ ต่อมนุษย์และสัตว์
  6. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข
  7. องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (US Food and Drug Administration)

Let us help you recover your everyday good health.Shop Now